ประวัติ อาจารย์พัฒน์ โต๊ะทอง

เปิดประวัติ อาจารย์พัฒน์ โต๊ะทอง แห่งสำนักบารมีบ้านโต๊ะทอง อาจารย์ไสยเวทย์สักยันต์ชื่อดัง สายเหนียวแห่งเมืองปากน้ำ

โต๊ะทอง

พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ ปีกุน เป็นบุตรคุณปู่เปรื่อง คุณย่าทองอยู่ โต๊ะทอง ณ อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มีพี่น้องร่วมท้องเดี่ยวกัน ๙ คน พ่อพัฒน์เป็นบุตรคนที่ ๙ เป็นคนสุดท้อง ซึ่งอยู่ในครอบครัวหมอยาแผนโบราณ

พัฒน์อยากจะขอเรียนตำรายาจากปู่เปรื่องอีก ปู่เปรื่องท่านจึงตัดสินใจให้ พ่อพัฒน์ รับสืบทอดให้เป็นหมอยา ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี พ่อพัฒน์ท่านมีความขยันหมั่นเพียร ที่จะจดจำ ตำรับตำรา และวิธีการต่างๆ ในการรักษา

ถึงจะเป็นเกล็ดเล็กน้อย ท่านก็จะถามปู่เปรื่องตลอด จนชำนิชำนาน ในการรักษา เป็นอย่างดี จวบจนอายุครบ ๒๑ ปี ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารเพื่อรับใช้ชาติ อยู่ในสกัด ทหารม้ารักษาพระองค์ ในปีที่ ๒ พ่อพัฒน์ได้รับให้เป็นครูฝึกทหารใหม่ จนปลดประจำการ

หลังจากปลดประจำการมาแล้ว พ่อพัฒน์ได้เดินทางมาหางานทำในเขต จังหวัดสมุทรปราการ เป็นระยะเวลา ๘ ปี ด้วยอุปนิสัยเป็นคนอารมร้อน เกกมะเหรก เกเร

ส่ำมะเลเทเมา ตีลั่นฟันแทงไปทั่ว ค่ำไหนนอนนั้น ตามฟุตบาทข้างทางก็นอน เลยทำให้ท่านมีเพื่อนฝูง เป็นจำนวนมาก ครจะมาละร่านท่านและเพื่อนๆไม่ได้

เพราะเป็นคนรักเพื่อนมาก จนมาวันหนึ่งมีคู่อริมาหาเรื่องท่านและเพื่อน ช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้นท่านเหลือบไปเห็นว่าเพื่อนกำลังจะโดนฟัน ท่านจึงเอาตัวเข้าไปขวาง

แล้วเอามือซ้ายขึ้นรับมีดแทนเพื่อน จึงเป็นเหตุให้เส้นเอ็นข้อมือข้างซ้ายขาด จนทำให้ใช้งานไม่ได้  

หลังจากรักษาตัวหาย ท่านคิดที่จะเลิกกินเหล้า เลิกเกเร  ท่านคิดอยากจะบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เลยได้ตัดสินใจบวช ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่วัดไตรสามัคคี

ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับฉายา รกฺขิตสีโร แปลว่า ผู้มีบารมีธรรม เมื่อพระภิกษุพัฒน์ ได้เข้าร่มกาสาวพัสตร์ ท่านเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย

ต่อพระอุปัชฌาย์ ครูอาจารย์ ในการศึกษาพระธรรม และการศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนมีสมาธิสงบเยือกเย็น ลำดับหนึ่ง

พอถึงพรรษาที่ ๒ พระอาจารย์พัฒน์ได้คิดถึงสมัยที่โดนฟันที่ข้อมือซ้าย ทำให้เส้นเอ็นขาด เลยคิดว่าถ้าท่านมีวิชาคงจะป้องกันตัวเองได้ จึงอยากเรียนวิชาในสายคงกะพัน

อย่างจริงจัง พอถึงเวลาหัวค่ำปกติที่ท่านต้องสวดมนต์ทำวัตรเย็น และนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวันนั้น ท่านจึง ตั้งจิตอธิฐานต่อองค์พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ขอให้เจอครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทย์เรืองอาคม  ท่านจะไปขอร่ำเรียนวิชา หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ได้เจอ โยมน้อม  เข้ามาทำบุญที่วัดไตรสามัคคี (โยมน้อม จังหวัดชัยนาท วัดตลุกเทื้อม (อินทาราม)

ซึ่งเป็นเป็นหลานแท้ๆ ของปู่บุญ กลักทรัพย์ จังหวัดกำแพงเพชร ว่าเป็นผู้มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์เก่งมาก จนได้รับฉายาว่า ปู่บุญหนังแห้ง แห่งกำแพงเพชร จนเป็นที่กล่าวขานของชาวนาบ้านย่านนั้น)  พระอาจารย์พัฒน์เลยได้สอบถามโยมน้อมว่ารู้จักครูบาอาจารย์ที่เก่งๆบ้างไหม อาตมาจะไปเรียนเหมือนฟ้าลิขิต

ให้มาเจอกัน โยมน้อมตอบทันที่ว่ามีครับ เป็นลุงของโยมน้อมเอง เป็นอาจารย์สักอยู่เก่งมากครับ(คำพูดของโยมน้อม) หลังจากได้พูดคุยกับโยมน้อมแล้วนั้น พระอาจารย์

พัฒน์ได้ขอให้โยมน้อมพาไปหาปู่บุญ กลักทรัพย์ เพื่อขอเป็นศิษย์ 

โยมน้อม ได้พาพระอาจารย์พัฒน์ไปหา ปู่บุญ ที่กำแพงเพชร พอไปถึงได้เจอปู่บุญแล้วนั้น ปู่บุญก็พูดคุยกับพระอาจารย์พัฒน์ สักครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับเป็นศิษย์

พระอาจารย์พัฒน์ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับวัด ด้วยมีความตั้งใจอยากจะเรียนให้ได้ ก็เลยได้อาศัยชานพักหน้าบ้านปู่บุญ จำวัดเป็นเวลา ๕ วัน ในเวลา ๕ วันนั้นปู่บุญก็ทำอาหารถวายทุกวัน ส่วนพระอาจารย์พัฒน์นั้นก็สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ เดินจงกรม ตลอดมิได้ลบเล้า ให้ปู่บุญลำคานใจแต่ประการใดเลย จนปู่บุญ เห็นความตั้งใจจริงของพระ

อาจารย์พัฒน์  ว่าเป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะ อดทน ถ้าสอนแล้ว น่าจะเป็นคุณประโยชน์สืบต่อไปเป็นแน่ ในวันที่ ๖ จึงได้พูดคุยกับพระอาจารย์พัฒน์และโยมน้อม และให้

เรียนคู่กัน

ตั้งแต่นั้นมาพระอาจารย์พัฒน์ และ โยมน้อม ก็ได้ศึกษาสรรพวิชาต่างๆมาจากปู่บุญ ด้วยที่พระอาจารย์พัฒน์เป็นคนขยันมั่นเพียร ว่าง่ายสอนง่าย ปู่บุญให้วิชาบทไหนท่าน

มา พอขึ้นกับไปหาปู่บุญอีก ท่านจะท่องให้ปู่บุญฟังทุกบทที่ได้มา

จนเป็นถูกใจปู่บุญเป็นอย่างมาก เมื่อปู่บุญเห็นอย่างนั้นแล้ว ก็ได้สอนตำราเล็ก ตำราน้อย จนหมดไส้หมดพุงของปู่บุญ กลักทรัพย์ วิชาเอก คือวิชาหนุมานหัวทองแดง วิชาเสือ ๗ ป๊อด และยันต์กันคัดกันกระทำซึ่งเป็นมหาอุดใหญ่ วิชาเสื้อเหล็กและอีกมากมายหลายอย่าง

พอได้ร่ำเรียนกับปู่บุญมาจนชำนาญแล้ว ท่านก็ได้มาเป็นอาจารย์สักยันต์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้แวะเวียนไปหาปู่บุญอยู่ตลอดเวลา  จนปู่บุญได้สอนวิชา วาจาสิทธิ์ ที่

สืบทอดมาจากหลวงพ่อดัด วัดท่าโบสถ์ จังหวัดชัยนาท

หลังจากนั้นได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงปู่สำรวย ธมฺมธโร วัดตะกล่ำ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว และหลวงปู่สำรวย ยังได้เป็นศิษย์ของ อาจารย์แก้ว คำพิบูลย์

ซึ่งเป็นหลานแท้ๆของหลวงพ่อทอง วัดราชโยธา ในการฝากตัวครั้งนี้หลวงปู่สำรวย ได้ครอบวิชาให้พระอาจารย์พัฒน์

มีดังนี้  วิชาเสกปูนคาดคอ วิชา ๙ เฮ ยันต์ครูหลวงปูทอง ยันต์ครูหลวงปู่เผือก หัวใจองคุลีมาร และอีกหลายวิชา และยังได้ไปร่ำเรียนวิชาเกราะเพชรพระอิศวร หัวใจขุนแผน ของพ่อชื้น ผลโพธิ์ ถึงในขณะนี้ที่มีลูกศิษย์มาสัก

 

พ่อพัฒน์ได้ถึงแก่กรรม ด้วยวัย ๖๗ ปี   หลังจากที่พ่อพัฒน์ ถึงแก่กรรมแล้วนั้น อาจารย์เป้ง ได้เป็นผู้สืบทอดของสำนักสักยันต์พ่อพัฒน์ โต๊ะทอง จวบจนทุกวันนี้ รอยสักยันต์

ที่เป็นเอกลักษณ์ของสำนักบารมีบ้านโต๊ะทอง คือ

  • หนุนามอยู่ซ้าย นารายณ์อยู่ขวา
  • หมูโทนอยู่หน้า พ่อแก่อยู่หลังอาจารย์พัฒ....
  • กันคัดตามข้อ ตะกร้อหัวเข่า
  • จิ้งจกก็ไม่เบา เต่าเรือนเก็บเงิน
  • หงส์คู่เมตตา สาลิกาเชยชม
  • กวางเลี้ยวสุขสม พระฉิมสมใจ
  • บัวแก้ว บัวทอง สองดอกคุ้มภัย
  • ขุนแผนว่าไว้ ไปไหนใครก็รัก
  • ดำดื้อ แดงเก เกเรไม่เบา
  • กันเขี้ยวซ้ายขวา เกราะเพชรอกหน้า ภูตากังเก 

มีเรื่องเล่ากล่าวขานถึงประสบการณ์การมาสักยันต์ และวัตถุมงคลพ่อพัฒน์ โต๊ะทอง

ในปี พ.ศ.๒๕๕๒ นักศึกษาช่างกลแห่งหนึ่งซึงเป็นเพื่อนกับลูกศิษย์ของท่าน แต่ตัวเองนั้นไม่ได้สักแต่นับถือลูกศิษย์ของท่านจึงให้รูปท่านกับนักศึกษาคนนั้นไว้ห้อย

ติดตัวเวลาโรงเรียน จนมาถึงวันหนึ่งได้มีคู่อริ ดักยิงด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมทั้งโดนรุมฟันจนมีเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุ คู่อริจึงหนีไป

มีดหมอ วัตถุมงคลอื่นๆอีกหลายอย่าง

คติสอนใจของสำนัก บารมีบ้านโต๊ะทอง

รักตนต้องพลีตน หมั่นท่องบ่นพยายาม ไว้เกรียติและนามดำรงศักดิ์ตระกูลเรา

มึงว่ากูขลังก็ขลัง มึงว่ากูไม่ขลังก็ไม่ขลัง อาจารย์เป็นผู้ให้ไม่ใช่เทวดา

ถึงสูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดูถูกครูซึ่งปลูกวิชามาแต่หลัง ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง

อย่าโอหังคิดบังอาจ ประมาทครู เลี้ยงงูพิษดีกว่ามีศิษย์ทรยศ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สนับสนุนโดย : ข่าวกีฬา

ดูพุทธคุณแดนสยามเพิ่มเติม ที่นี่

สื่อที่เกี่ยวข้อง