ประวัติหลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด.

 

พระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อสุด) วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร

หลวงพ่อท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดในตระกูลชาวนา และเมื่อท่านได้อายุ 16ปี หลวงพ่อท่านได้บรรชาเป็นสามเณรที่วัดกลางพนมไพร พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาได้เป็นอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเลี่ยมใสและให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ก่อนหน้าที่ท่านจะได้บวชเณร หลวงพ่อได้วิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ท่านได้บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินรอนแรมจากจังหวัดร้อยเฮ็ดมุ่งหน้าเข้าสู่ กรุงเทพมหานคร เพื่อแสวงหาความรู้ในทางธรรมต่อจากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลงนี่เองจนอายุหลวงพ่อ 36 ปี ท่านสอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนแห่งวัดกาหลง

พระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อสุด) ถึงแม้ท่านจะไม่ใช่คนสมุทรสาครโดยกำเนิด แต่ท่านก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชาวเลเลือดสมุทร เพราะคนในแถบนั้น จ.สมุทรสาคร ท่านก็ได้มีความเมตรตาช่วยเหลือมาตลอด และเป็นที่เคารพนับถือของลูกศิษย์ลูกหาเป็นที่รักใคร่

ด้านวิชาศึกษาด้านวิชาอาคม

  • หลวงปู่เม้า วัดกลางพนมไพร (พระที่บวชให้ท่านในสมัยตอนเป็นเณร)
  • หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม (เป็นพระที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก) และอื่นๆอีกหลายท่าน

ในสมัยหลวงพ่อสุดนั้นยังมีสังขารอยู่นั้น ท่านได้มีร่วมกิจนิมนต์ ในหลายพิธีไม่ต่ำกว่า 100ครั้งหรือมากกว่าเช่นการปลุกเสกพระพุทธ 25 ศตรรษ

หลวงพ่อสุดท่านยังเป็นอาจารย์ของตี๋ใหญ่ จอมโจรในอดีตที่ใครหลายๆคนพอได้ยินชื่อกันมาบ้างท่านยังเป็นเจ้าของยันต์ตะกร้อและเสือเผ่นที่ทำให้อยู่ยงคงกระพันในสมัยนั้นโด่งดังมาก

ยันต์ตระกร้อ นั้นเป็นยันต์ที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยที่ตอนหลวงพ่อได้เริ่มปลุกเสกนั้นท่านได้ลงคาถาอาคมมากมายและยังใช้ภาษา เขมร ขอม และลาว ผสมกันในบทสวดที่ท่านได้สวดมีใจความว่า จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง  และกระดูกได้

เรื่องราวของหลวงพ่อสุดยังไม่สุดเพียงเท่านี้เกี่ยวกับพลังอำนาจจิตที่อยู่ในรูปการณ์สักยันต์ตะกร้อและเสือเผ่นนั้น

“ตี๋ใหญ่” ขุนโจรดังที่เขาลือกันให้ทั่วว่าหนังเหนียวคงกระพันและยังแคล้วคลาดอยู่ตลอด ตี๋ใหญ่ยังได้ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ “ตี๋ใหญ่”จึงมีของดีคือผ้ายันต์กับตะกรุดของหวงพ่อสุดไว้ติดตัวและป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยนายล้อมจับก็ยังไม่สามารถที่จะจับตี๋ใหญ่ได้และก็ยังหนีเอาตัวรอดได้ จนใครๆลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้

ยังมีเรื่องเล่าต่อกันว่า ตี๋ใหญ่ สิ้นชื่อ คืนวันนั้น ก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว ตี๋ใหญ่ ได้ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่ วัดกาหลง แต่มาถึงวัดแล้วตี๋ใหญ่ไม่พบหลวงพ่อจึงขอตัวกลับออกมา ระหว่างที่รถได้วิ่งออกมาก็โดนเจ้าหน้าที่ถล่มจากด้านข้างทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ามีกี่นัด

เมื่อดวงขาดมันก็ต้องมีอันเป็นไป และเหตุที่ตี๋ใหญ่ได้กลับมาหาหลวงพ่อสุดนั้นเป็นเพราะว่า พระและตะกรุดของตี๋ใญ่หายไปก็เลยจะมาขอจากหลวงพ่อใหม่ ตี๋ใหญ่จึงมาพบจุดจบในวันนั้น หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์กับตะกรุดยังอยู่ตี๋ใหญ่คงอาจจะยังไม่ตาย หรือจะรอดก็ได้แต่อย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้ไม่มากก็น้อยและพลังอำนาจจิตหรืออิธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ “เหนือกรรม” ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงท่ามการสาปแช่งของผู้คนนับร้อยคน และใครจะรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อได้กำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่?

ยังมีเรื่องเล่าถึง อดีตนาวิกโยธินคนหนึ่งที่ยังมีเครื่องรางของหลวงพ่อสุดไปเป็นเหรียญเสือเผ่นและรอยสัก ขณะที่รับราชการอยู่นั้นเขาได้ถูกส่งไปปราบปรามที่ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช แล้วได้โดนคนร้ายถล่มขณะที่อยู่บนรถจีเอ็มซีเพื่อนคนหนึ่งถูกยิงจนตาตุ่มหายไปทั้ง 2 ด้าน ส่วนตัวเองถูกคนร้ายยิงเข้ามาห้านัด แต่กระสุนเข้ากลางหลังตรงยันต์พอดี เสื้อแค่ทะลุเป็นรูแต่กระสุนกลับไม่เขาเนื้อแม่แต่นัดเดียวและยังไม่มีบาดแผลให้เห็นมีเพียงแต่เป็นรอยจ้ำๆ เท่านั้น

ส่วนศิษย์หลวงพ่อสุดอีกคนคนนี้เป็นโรคที่ตา ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่ ระหว่างนั้นการรักษาต้องฉีดยาเพื่อทำการผ่าตัด แต่พอฉีดเข็มฉีดยากลับไม่เข้าเนื้อแม้แต่น้อย เพราะคนนี้หลวงพ่อสุดสักน้ำมันครอบไว้ทั้งหมด ผลสุดท้ายต้องมานิมนต์หลวงพ่อสุดไปทำพิธีถอนที่โรงพยาบาล คนป่วยจึงได้รับและผ่าตัดเรียบร้อย

หลวงพ่อสุด ท่านได้มรณภาพเมือวันที่ 14 สิงหาคม 2526 รวมอายุได้ 81ปี

“ก่อนวันประชุมเพลิงท่าน คณะกรรมการ ได้เตรียมงานแต่เนิ่นๆ ดดยได้เคลื่อนสรีระร่างของท่านมา หลวงพ่อคล้ายคนนอนหลับ ร่างท่านมีแต่หนังหุ้มกระดูกไม่มีแม้แต่กลิ่นเหม็นเน่า จีวรเก่าแต่ก็ไม่เปียกคราบน้ำเหลืองใดๆเลย หลังการเผาศพท่านมีเจ้าหน้าที่เปิดดูก็เห็นภาพว่าท่านยังเป็นโครงกระดูกอยู่ เลยตะโกนบอกว่า “หลวงปู่ไม่ไหม้” ชาวบ้านจึงวิ่งไปดูชาวบ้านก็ยังไม่กลับ เขาจะรอดูที่ว่ากันว่าหลวงปู่จะเผาไม่ไหม้จะเป็นจริงหรือ เขาเลยอยากพิสูจน์ แล้วก็เป็นจริงหนังท่านไหม้แต่กระดูกท่านยังไม่หลุด”

สิ่งที่เกิดขึ้นทำเอาชาวบ้านละแวกวัดกาหลงและประชาชนที่ได้ไปร่วมงานศพท่านมั่นใจและสนใจว่าเป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อสุดเพราะท่าน สำเร็จวิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรีศาสตร์ลี้ลับที่ทำให้สังขารของท่านไม่อาจเผาให้ไหม้หมดอย่างคนธรรมดาทั่วไปได้

ปัจจุบันทางวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูของหลวงพ่อสุดได้บรรจุไว้ในโลงแก้วตั้งให้ประชาชนที่แวะไปได้กราบนมัสการอยู่ที่ชั้นสองของศาลาการเปรียญภายในวัดซึ่งทุกวันจะมีประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาที่เลื่อมใสแวะเวียนไปกราบสรีระร่างของ่ทานแบบไม่ขาดสาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สนับสนุนโดย : ข่าวกีฬา

ดูพุทธคุณแดนสยามเพิ่มเติม ที่นี่

สื่อที่เกี่ยวข้อง